สารบัญ
เรื่อง หน้า
บทคัดย่อภาษาไทย ก
บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ค
กิตติกรรมประกาศ จ
สารบัญ ฉ
คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ ฌ
บทที่ ๑ บทนำ ๑
๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ๑
๑.๒ วัตถุประสงค์ของการวิจัย ๔
๑.๓ ขอบเขตการวิจัย ๔
๑.๔ ปัญหาที่ต้องการทราบ ๕
๑.๕ คำจำกัดความของศัพท์ที่ใช้ในการวิจัย ๕
๑.๖ ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ๖
๑.๗ วิธีดำเนินการวิจัย
๑.๘ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
บทที่ ๓ ความเป็นมาของพระปัจเจกพุทธเจ้า ๓๖
๓.๑ การตั้งความปรารถนาเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า
๓.๑.๑ คุณสมบัติของผู้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ๘ ประการ
๓.๑.๒ คุณสมบัติของผู้ตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ๕ ประการ
๓.๒ การใช้เวลาในการตั้งความปรารถนาเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า
๓.๒.๑ ระยะเวลาการตั้งความปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า
๓.๒.๒ ระยะเวลาการตั้งความปรารถนาเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า
๓.๒.๓ การอุบัติขึ้นของพระปัจเจกพุทธเจ้า
๓.๒.๓.๑ พุทธภูมิ ๔
๓.๒.๓.๒ อัธยาสัย ๖
๓.๒.๓.๓ การบังเกิดขึ้นในโลก
๓.๓ เมื่อตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า
๓.๔ พระประวัติพระปัจเจกพุทธเจ้า
๓.๕ สรุป
๓๖
๓๖
๓๘
๓๘
๓๘
๔๐
๔๑
๔๑
๔๑
๔๒
๔๓
๔๔
๗๓
บทที่ ๔ องค์ธรรม สถานภาพ และบทบาทของพระปัจเจกพุทธเจ้า ๗๕
๔.๑ องค์ธรรมที่ทำให้สำเร็จเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า
๔.๑.๑ บารมี ๓๐
๔.๑.๒ พระปัจเจกโพธิญาณ
๔.๑.๓ จริยา ๘
๔.๑.๔ การบำเพ็ญคตปัจจาคตวัตร
๔.๑.๕ การบรรลุธรรมเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า
คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ
๑. คำย่อเกี่ยวกับคัมภีร์พระไตรปิฎก
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ อ้างอิงพระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฏกํ ๒๕๐๐
และภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๙ โดยจะแจ้งเล่ม/ ข้อ/หน้า
ตามลำดับดังนี้ ตัวเลขข้างต้นหมายถึง เล่มที่ ตัวเลขตรงกลางหมายถึง ข้อที่ และตัวเลข
สุดท้ายหมายถึงหน้า เช่น ที.สี. (บาลี) ๙/๒๗๖/๙๗. ที.สี. (ไทย) ๙/๒๗๖/๙๘. หมายถึง ทีฆ
นิกาย สีลกฺขนฺธวคฺคปาลิ ภาษาบาลี เล่ม ๙ ข้อ ๒๗๖ หน้า ๙๗ ฉบับมหาจุฬาเตปิฎกํ ๒๕๐๐
และ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค ภาษาไทย เล่ม ๙ ข้อที่ ๒๗๖ หน้า ๙๘ ฉบับมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๙ เรียงตามลำดับคัมภีร์ ดังต่อไปนี้
องฺ.นวก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต (ภาษาไทย)
องฺ.ทสก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต (ภาษาไทย)
ขุ.ธ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท (ภาษาไทย)
ขุ.อิติ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ (ภาษาไทย)
ขุ.วิ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ (ภาษาไทย)
ขุ.เปต. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ (ภาษาไทย)
ขุ.ชา.จัตตาลีส.(ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จัตตาลีสนิบาตชาดก (ภาษาไทย)
ขุ.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย มหานิเทส (ภาษาไทย)
ขุ.จู. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จูฬนิเทส (ภาษาไทย)
ขุ.อป.(ไทย) = สุตตันตปิฏก ขุทฺทกนิกาย อปทาน (ภาษาไทย)
อรรถกถาพระสุตตันตปิฎก
ที.สี.อ.(ไทย) = ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค เล่ม ๑ ภาคที่ ๑ (ภาษาไทย)
ที.สี.อ.(ไทย) = ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค เล่ม ๑ ภาคที่ ๒ (ภาษาไทย)
ที.ม..อ.(ไทย) = ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาคที่ ๒ (ภาษาไทย)
ที.ม.อ.(ไทย) = ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๓ ภาคที่ ๑ (ภาษาไทย)
ที.ปา.อ.(ไทย) = ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาคที่ ๑ (ภาษาไทย)
ที.ปา.อ.(ไทย) = ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาคที่ ๒ (ภาษาไทย)
ม.มู.อ.(ไทย) = มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาคที่ ๑ (ภาษาไทย)
ม.มู.อ.(ไทย) = มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาคที่ ๒ (ภาษาไทย)
ม.มู.อ.(ไทย) = มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาคที่ ๓ (ภาษาไทย)
ม.อุ.อ.(ไทย) = มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เล่ม ๓ ภาคที่ ๑ (ภาษาไทย)
บทที่ ๑
บทนำ
๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ในคติทางพระพุทธศาสนานั้น โดยเฉพาะประเพณีหรือธรรมเนียมของ
พระพุทธศาสนา พระปัจเจกพุทธเจ้าเป็นพระพุทธเจ้า (พุทธะ)๑ ที่มีสถานะรองจาก
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือพระสัพพัญญูพุทธเจ้าไม่ว่าทั้งในด้านความรู้ หรือด้านคุณธรรม
แต่ในปัจจุบันมักมิได้กล่าวถึงพระปัจเจกพุทธเจ้า หรือพุทธะที่ตรัสรู้เฉพาะตัว
พระปัจเจกพุทธเจ้าเป็นพุทธะประเภทหนึ่ง ผู้ตรัสรู้อริยสัจ ๔ เป็นอันดับสองใน
อริยวงศ์ หรือวงศ์ของพระอริยะ๒ ซึ่งแบบแผน ประเพณีของพระอริยะ ที่หมายถึงวงศ์ของ
พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสาวกของพระพุทธเจ้า๓ หลังจากที่พระพุทธเจ้า
ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสวยวิมุตติสุขครบ ๔๙ วันแล้ว Åèǧ ๗ วัน ทรงออกจาก
สมาธิ เสด็จจากควงต้นราชายตนะไปยังต้นอชปาลนิโครธ และเมื่อทรงหลีกเร้น ทรงเกิดพระ
ดำริว่า “ธรรม๔ ที่เราได้บรรลุแล้วนี้ ลึกซึ้ง เห็นได้ยากรู้ตามได้ยาก สงบ ประณีต ไม่เป็นวิสัย
แห่งตรรกะ ละเอียด บัณฑิตจึงจะรู้ได้ สำหรับหมู่ประชาผู้รื่นรมย์ ยินดี เพลิดเพลินในด้วย
อาลัย๕ ฐานะนี้ย่อมเป็นสิ่งที่เห็นได้ยากกล่าวคือ หลักอิทัปปัจจยตา หลักปฏิจจสมุปบาท
ทั้งปวง ความสิ้นตัณหา วิราคะ นิโรธ นิพพาน ก็ถ้าเราจะพึงแสดงธรรม และผู้อื่นจะไม่
เข้าใจซึ้ง ต่อเรา ข้อนั้นก็จะพึงเป็นความเหน็ดเหนื่อยเปล่าแก่เรา”๖
เมื่อทรงพิจารณาแล้วมีจิตไม่น้อมไปเพื่อการแสดงธรรม ท้าวสหัมบดีพรหมจึง
กราบทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าให้ทรงแสดงธรรมโดยให้เหตุผลว่า ในโลกนี้ยังมีสัตว์ผู้มีธุลี
ในดวงตาเบาบาง๗ ก็จะเสื่อมเพราะไม่ได้ฟังธรรม สัตว์ผู้ที่อาจจะรู้ทั่วถึงธรรมได้ยังมีอยู่๘
พระพุทธเจ้าทรงสลัดทิ้งความท้อพระทัย แล้วทรงตัดสินพระทัยแสดงธรรมแก่เวไนยสัตว์
จากเหตุการณ์การตัดสินใจครั้งนี้เป็นคุณลักษณะพิเศษเฉพาะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เท่านั้น ส่วนพระปัจเจกพุทธเจ้านั้นมิได้แสดงธรรมที่ได้บรรลุแก่สัตว์โลก แต่ช่วยให้รู้แจ้ง
โดยอาศัยความถึงพร้อมแห่งอุปนิสัยของผู้นั้นเป็นหลัก ดังนั้นพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย
จึงมิได้ก่อตั้งศาสนา ประกอบด้วยพุทธบริษัทอันมี ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา เหมือนกับ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา ¾ÃÐพุทธเจ้าตรัสกับอนาถบิณฑิกàÈÃษฐีถึงเรื่อง
àÇÅÒÁ¾ÃÒËÁ³ì¼ÙéãËéมหาทานว่า
